บทนำ
“ถ้าไม่อยากให้จูบอีกก็อยู่นิ่งๆ!”
เห็ดหอม - ดาราสาวสุดสวย หุ่นน่าขย้ำ ดีกรีไม่ธรรมดาแถมยังพ่วงตำแหน่งลูกมหาเศรษฐี ชีวิตดียิ่งกว่าในนิยายก็เลยมีนิสัยเอาแต่ใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ แม้แต่ผู้ชายขี้เก๊กอย่างตะวัน น้องชายของเพื่อนสนิท ถ้าเธออยากได้ ก็ต้องได้!
“อยากชิมอีกจัง”
“อึก!”
“จะอมไม่คายเลย..”
งานนี้ขอทุ่มตัวอ่อยสุดฤทธิ์ ขอให้เรียกว่าภารกิจ ‘จับบอดีการ์ดทำสามี’
—————————
“อยากไปหามันมากก็ข้ามศพผัวไปก่อน!” ยืนขวางทาง โมโหหน้าดำหน้าแดง นี่คือคนเดียวกันกับที่เคยตะคอกใส่หน้าว่าเอาเธอไม่ลง แต่ตอนนี้ดูจะหลงจนโงหัวไม่ขึ้นแทน
บท 1
นัดสองทุ่มโผล่มาสองทุ่มครึ่ง สำหรับ ‘ตะวัน’ ไม่ถือว่ามาสาย แค่นัดรวมตัวดื่มเหล้าสังสรรค์ตามประสาเพื่อนฝูงไม่เจอกันนาน ไม่รู้จะรีบร้อนอะไรนักหนา แม้มาถึงร้านที่เพื่อนนัดไว้แล้วก็ตาม ทว่าชายหนุ่มยังคงไม่รีบร้อนเข้าไป ยืนชิวสูบบุหรี่ กวาดสายตามองบรรยากาศหน้าร้านที่มีลูกค้าเดินเข้าออกไม่ว่างเว้น
ติ๊ง!
Pansib : มึงออกมายัง พวกไอ้โฟร์มถามหาแล้วเนี่ย
ตะวันมองแชต ‘ปั้นสิบ’ เพื่อนสนิทที่แจ้งเตือนเข้ามาแต่ไม่ได้กดเข้าไปตอบในทันที บุหรี่ในมือเกือบหมดมวนถูกบดบี้เข้ากับรั้วเหล็กริมทาง ดับไฟให้มอดสนิทก่อนจะโยนทิ้งลงถังขยะ
ร่างสูงโปร่งในสัดส่วนที่ดูดีเหมือนนายแบบเดินเข้าไปยังสถานบันเทิงตรงหน้า ออร่าบางอย่างจากตัวชายหนุ่มดึงดูดสายตาเหล่าสาวๆ ให้พากันเหลียวมองอย่างพึงพอใจ
“กว่าจะมานะมึง เดินเช็กเรตติงอยู่หรือไง” ‘เจได’ เพื่อนสนิทอีกคนเอ่ยเหน็บเมื่อเขาหย่อนตัวลงนั่งใกล้มัน ก่อนจะรับแก้วเหล้าที่ปั้นสิบยื่นมาให้กระดกดื่มชุ่มคอ
หลังจากเรียนจบกันไป เพื่อนบางคนได้งานแล้ว บางคนกำลังมองหา และยังมีบางคนที่เตร็ดเตร่ไปวันๆ ซึ่งเขาอยู่ในข้อสุดท้าย ยังไม่รู้จะจับต้นชนปลายอนาคตยังไงดี เพิ่งเรียนจบมาหมาดๆ อยากมีเวลาให้ตัวเองอีกสักหน่อย จะว่าเขาชิวเกินไปก็ได้ แต่อันที่จริง เขามีสิ่งที่คิดจะทำอยู่เหมือนกัน
“มึงอยากเปิดร้านสักจริงเหรอตะวัน” ไอ้โฟร์มถามขึ้น มันเป็นเพื่อนในสาขาเดียวกันที่เรียนจบออกมา เป็นไอ้ตัวต้นคิดที่โทร.ตามเพื่อนให้มานั่งแดกเหล้า
“จริงสิ มันลงทุนไปเรียนสักมาเลยนะเว้ย”
“เรียนไปเรียนมา แม่งได้ลายสักงอกมาเพียบ” ปั้นสิบและเจไดแย่งตอบ พวกมันสองคนเป็นเพื่อนที่สนิทกับเขาที่สุด สนิทถึงขั้นที่ว่ามองตาก็รู้ใจ เห็นไส้เห็นพุง
“อืม กูอยากลองดู กูชอบ” พวกไอ้โฟร์มขอให้โชว์รอยสัก แต่แทนที่จะถลกเสื้อให้พวกแม่งดู ตะวันแค่เปิดรูปถ่ายในโทรศัพท์มือถือยื่นให้พวกมันแทน
“เชี่ย โคตรดีอะมึง”
“เออ สวยฉิบหาย เห็นแล้วกูยังอยากสักด้วยเลยว่ะ”
“ถ้าอยากสักก็รอมาสักกับกู กับพวกมึงกูคิดครึ่งราคาพอ” ตะวันเอ่ยยิ้มๆ เหล้าแก้วที่สองถูกรินตามมา
เขามีรอยสักทั้งหมดสี่จุด จุดแรกอยู่บนไหล่ซ้ายเป็นรอยสักใยแมงมุมขนาดใหญ่กินพื้นที่ตรงไหล่ลามมาถึงหน้าอก ตรงกลางใยแมงมุมมีดอกกุหลาบสีแดงสดดอกใหญ่ จุดต่อมาคือบ่าด้านขวา รอยสักแมงมุมตัวเบอเริ่มที่เขาชื่นชอบเป็นพิเศษ และแขนข้างเดียวกันนั้นก็เป็นรอยสักที่สาม งูตัวใหญ่สีดำสนิทพันวนรอบแขน ส่วนหัวของงูเกือบถึงข้อมือ และรอยสักสุดท้ายเหนือหน้าท้องมีไรขนอ่อน รอยสักรูปผีเสื้อสามตัว
พวกเพื่อนๆ ชื่นชมรอยสักทั้งหมดของเขาจนพอใจ ไม่นานมันก็เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น เขาคงจะนั่งฟังเงียบๆ ไม่ใส่ใจอะไรมากหากเรื่องที่พวกแม่งคุยกันไม่ใช่เรื่องของเธอคนนั้น
“กูไม่คิดว่ามึงจะบ้าดารานะไอ้นิว”
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่วันก่อนกูไปเดินห้างแล้วเจอตัวจริงไง มึงเชื่อปะ แม่งโคตรสวย ในทีวีว่าสวยแล้วยังสู้ตัวจริงไม่ได้ กูนี่ใจเต้นตุ๊บๆ” นิวพูดถึงดารานักแสดงสาวสวยคนหนึ่งที่เขากำลังส่องอินสตราแกรมในตอนนี้
“กูเห็นมึงเจอใครสวยหน่อยก็ใจเต้นทุกคนอะ”
“สัส! แต่คนนี้สวยจริง สวยกว่าดาราทุกคนที่กูเคยเห็นมาเลยเว้ย”
“ชมขนาดนี้กูว่าเป็นเอฟซีตัวยงของเขาแล้วมั้ง”
“แน่นอนเพราะกูชอบคนสวย” นิวเลื่อนดูรูปในไอจีของดาราสาวคนนั้นต่อ ตะวันซึ่งนั่งติดกับนิวก้มมองรูปของผู้หญิงที่ว่าก็ถึงกับเบ้ปากอย่างลืมตัว อีกทั้งยังหัวเราะฮึเสียงขึ้นจมูก
“มึงหัวเราะแบบนี้ไม่ชอบเหรอวะ?” โจฮันเพื่อนอีกคนเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าเบื่อหน่ายหลังจากตะวันมองรูปดาราคนนั้น
“อืม ไม่ชอบ”
“ทำไมไม่ชอบ สวยขนาดนี้” นิวถามด้วยสีหน้าคิ้วขมวดแปลกใจ
“ก็มีดีแค่สวย”
“มึงพูดอย่างกับรู้จักเขาดี”
“ทำไมจะไม่รู้จัก ก็มัน…”
“ไอ้เจเดน…” ตะวันเสียงเข้มขึ้นเมื่อเห็นว่าเจเดนกำลังจะพูดอะไรออกไป มันคงจะตอบพวกไอ้นิวแทนเขาว่าดาราที่ชอบนักชอบหนา เขารู้จักเธอดี
“กูก็แค่ไม่ถูกชะตากับเธอ” หากแต่เลือกที่จะไม่เฉลยออกไป เพราะต่อให้รู้จักยายนั่นดี เขาไม่ได้อยากสนิทด้วยสักหน่อย
นิวบ่นอุบบอกว่าตะวันตาไม่ถึง สวยขนาดนี้กลับพูดออกมาได้ว่าไม่ถูกชะตา ซึ่งตะวันก็แค่ไหวไหล่ไม่สนใจคำบ่นของมัน แก้วเหล้าในมือกระดกดื่มต่อเรื่อยๆ ก่อนในวินาทีต่อมาเขาจะเห็นคนที่เพิ่งพูดถึงไปหยกๆ
แม้จะสวมใส่แว่นดำอำพรางสายตา สีของชุดที่สวมใส่ก็ดูกลมกลืนไปกับคนอื่นๆ จนแทบดูไม่ออกว่าเป็นเธอจริงๆ ท่ามกลางผู้คนมากมายแต่เธอกลับเด่นสะดุดตาเขาที่สุด
เกิดคำถามขึ้นในหัวของตะวัน ยายนั่นมาที่นี่คนเดียว ไม่มีผู้จัดการคนสนิทคอยตามประกบเหมือนทุกครั้ง เธอจะก่อเรื่องอะไรอีกหรือเปล่า
แต่ช่างเถอะ ยังไงซะมันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขาอยู่แล้ว
ตะวันผละสายตาออกมาจากเธอจนแผ่นหลังร่างบางเดินลับหายไปยังชั้นบนที่มีไว้สำหรับแขกวีวีไอพี
เขานั่งดื่มและพูดคุยกับเพื่อนๆ ต่ออย่างออกรสชาติ เสียงเรียกเข้าจากสมาร์ตโฟนดังขึ้น สั่นครืดคราดราวกับจะเร่งให้เขารีบๆ รับสายซะ
“กูออกไปรับโทรศัพท์แป๊บ” เพราะเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มจึงต้องเดินเลี่ยงมาคุยด้านนอก
“ว่าไงครับเฮีย” คนที่โทร.หาเขาคือเฮีย ‘คิเรย์’ เป็นเพื่อนในแก๊งของว่าที่พี่เขย ซึ่งเขาเคารพพวกเฮียทุกคนเหมือนพี่แท้ๆ ของตัวเอง
(ไอ้ตะวันมึงอยู่ที่ผับเอ็นเจใช่มั้ยวะ)
“เฮียรู้ได้ไง”
(กูเห็นไอ้ปั้นลงสตอรี่แท็กมึง ถ้ามึงอยู่ที่ผับกูมีเรื่องให้มึงช่วยหน่อย)
“เฮียจะให้ผมทำไร”
(ไปพาตัวน้องเห็ดออกมาจากที่นั่นให้กูด่วน กูกำลังไปที่ผับแต่กลัวไม่ทัน มึงก็รู้ใช่ไหม…)
ตะวันเงียบอยู่ครู่หนึ่ง “ครับ เข้าใจแล้ว เฮียรีบมานะผมไม่อยากรับมือกับยายนั่นนาน”
“อืม กูเร่งอยู่” ปลายสายน้ำเสียงเคร่งเครียดอย่างรู้สึกได้ ตะวันจำใจยอมทำตามที่คิเรย์ร้องขอ เขากลับเข้าในผับแต่คราวนี้เดินตรงไปยังทางเข้าสำหรับวีวีไอพี ซึ่งหากไม่ได้เป็นสมาชิกก็ไม่สามารถฝ่าด่านบอดีการ์ดหน้าเข้มเข้าไปได้ แต่เมื่อเขายื่นโทรศัพท์ให้การ์ดคนหนึ่งคุยกับคิเรย์ เพียงครู่เดียวการ์ดคนนั้นก็ผายมือเชิญเขาอย่างนอบน้อม อีกทั้งยังนำเขาไปยังห้องที่เป้าหมายอยู่อีกด้วย
“เธออยู่ห้องนี้แน่นะ”
“แน่ครับ”
ตะวันพยักหน้าให้การ์ดคนนั้นหนึ่งที ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้องที่ว่าอย่างเบามือจนคนในห้องยังไม่ทันสังเกตเห็นเขา แต่เขานี่สิเห็นทุกอย่าง
สิ่งแรกที่สายตาดุดันมองเห็นคือร่างอรชรของสาวสวยตัวต้นเรื่องซึ่งก็คือดาราสาวคนเดียวกับที่ไอ้นิวชอบนักชอบหนา เธอเป็นหลานสาวของเฮียคิเรย์ ร่างเล็กนั้นนอนแผ่หลาเคลิบเคลิ้มไปกับแก้วน้ำเมาในมือซึ่งเหลืออยู่เกือบครึ่ง ศีรษะเอนซบหลังบนพนักโซฟา มีไอ้หน้าจืดคนหนึ่งกำลังนวดขาเรียวขาวอย่างตั้งอกตั้งใจ
มันตั้งใจนวดจนมือเกือบจะถึงโคนขาอ่อนด้านในอยู่แล้ว ไม่รู้เธอเมาหรือตั้งใจปล่อยให้มันรุ่มร่ามกับร่างกายตามอำเภอใจกันแน่ แต่เขาเห็นแล้วก็มีคำพูดหนึ่งผุดขึ้นมา
ฮึ…ร่านดี
“เฮ้ย! มึงอะลุกดิ” เสียงเข้มทรงพลังเอ่ยขึ้น ศีรษะของสาวเจ้าผงกหัวมองที่มาและเมื่อเห็นว่าเป็นใครนัยน์ตาคู่สวยก็เบิกกว้าง เรียวคิ้วขมวดชิดแน่น ใบหน้าบึ้งตึงจ้องร่างสูงหน้าประตูตาแข็งเกร็ง
“ออกไปสิวะ! หรืออยากให้กูลากคอมึงออกไป”
“อะ…เอ่อ คือว่า”
“ไม่ต้องออกไป!” เสียงเกรี้ยวกราดของ ‘เห็ดหอม’ เอ่ยอย่างวางอำนาจ “ฉันเป็นคนจ่ายเงินนาย ไม่ใช่ไอ้หมอนั่น นั่งลงแล้วนวดขาให้ฉันต่อ”
บาร์เทนเดอร์หนุ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ใจนึงก็กลัวสายตาดุดันของผู้ชายตรงหน้า ทว่าอีกใจก็กลัวตัวเองโดนไล่ออกเพราะอำนาจของผู้หญิงคนนี้ กดดันกันขนาดนั้นคนกลางอย่างเขาทำตัวไม่ถูก
“จะให้มันนวดหรือนาบกันแน่ กางเกงแม่งตุงเป็นลำขนาดนั้น” ตะวันเอ่ยเสียงเรียบ กดสายตาลงต่ำมองเป้ากางเกงบาร์เทนเดอร์หน้าละอ่อน เห็ดหอมมองตามก่อนจะเห็นว่าเขาพูดความจริง
แค่นวดขาให้เธอเฉยๆ ก็แข็งแล้วเหรอเนี่ย
“จะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน อย่ามายุ่ง!” แต่ทิฐิที่มันสูงยิ่งกว่าเสาไฟทำให้ตอบกลับด้วยเสียงขุ่นจัด หากเป็นคนอื่นจะไม่อารมณ์เสียเท่านี้ แต่เพราะเป็นตะวัน ผู้ชายที่เธอเหม็นขี้หน้าที่สุดในโลก เธอจึงใส่อารมณ์เต็มที่
“ก็ไม่ได้ยากจะยุ่งหรอกถ้าเฮียคิเรย์ไม่ให้ฉันมาพาตัวเธอออกไป เลิกแรดแล้วก็ตามมาซะ” อีกฝ่ายด่าว่าเธอแบบนั้น เห็ดหอมฉุนโกรธไม่น้อยแต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ตะวันปากหมาใส่เธอ
“เรื่องอะไรฉันต้องไปกับแก! อย่ามาวุ่นวายให้มันมาก”
“ปากดีฉิบหาย” ตะวันเริ่มจะหน้าตึงแล้วเหมือนกัน เห็ดหอมเหมือนม้าพยศที่อวดดีไปเรื่อย เธอเริ่มจะทำให้ความอดทนเขาหมดลง
“มึงจะไม่ยอมออกไปใช่ปะ” ถามไอ้หน้าละอ่อนเสียงเย็น
บาร์เทนเดอร์หนุ่มไม่กล้าสู้สบสายตาแข็งกร้าวของตะวัน รีบก้มหน้ามองต่ำ ใจสั่นตึกตักเหมือนจังหวะรัวกลอง
เมื่อไม่มีใครให้คำตอบ ตะวันจึงเดินกร่างดาหน้าเข้ามาอย่างอุกอาจ มือฉวยขวดเหล้าราคาแพงฟาดเน้นๆ ใส่โต๊ะจนมันแตกละเอียด เหลือเพียงคอขวดที่แหลมคม
เห็ดหอมมองคนตัวสูงด้วยความโกรธจัด บุกเข้ามาอย่างไม่ได้รับเชิญไม่พอ ยังมาทำนิสัยเสียทำลายข้าวของกันอีก
“ทำบ้าอะไรของแก!”
“หุบปาก!” คอขวดแหลมๆ ชี้หน้ามาทางเธอ ขู่เข็ญกันอย่างตรงไปตรงมา “เดี๋ยวเธอจะโดนฉันจัดการเป็นรายต่อไป” ไอ้เด็กบ้านี่มีสิทธิ์อะไรมาใช้อำนาจกับเธอไม่ทราบ!
“ส่วนมึงถ้าไม่อยากตายอนาถในห้องนี้ก็รีบไสหัวไปซะ แล้วจำไว้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นต้องปิดปากให้เงียบ ถ้ามึงพูดให้ใครฟังละก็ กูเอามึงตายแน่!”
“คะ…ครับๆ ผมจะไปเดี๋ยวนี้” บาร์เทนเดอร์หนุ่มตัวสั่นงันงก วิ่งหางจุกตูดออกจากห้อง จากที่คิดหวังจะเคลมดาราสาวในตอนที่เธอเมามายไม่ได้สติ ทว่าตอนนี้ต้องรักษาชีวิตตัวเองไว้ก่อน
“บ้าที่สุด! ฉันเสียเงินจ้างหมอนั่นไปตั้งแพงนะ!”
“จ้างมาเอนเตอร์เทนหรือจ้างมาให้มันเอา อย่าแรดให้มันมากสงสารพ่อเธอบ้าง”
“ไอ้ตะวัน! แกอย่ามาลามปามนะ”
“ฉันแค่พูดความจริง รับไม่ได้ก็เรื่องของเธอ” ตะวันปาขวดในมือทิ้งไป เห็ดหอมที่เห็นท่าทีไม่ค่อยดีเริ่มขยับถอยหลังทีละก้าว แค่สายตาของไอ้เด็กนี่ในตอนนี้ทำเธอร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมา เหมือนหมาบ้าที่พร้อมกระโจนเข้าขย้ำเหยื่อ
“จะเดินออกไปด้วยกันดีๆ หรือให้ฉันอุ้ม”
“ฉันไม่ไป แกนั่นแหละที่ต้องออกไป อย่ามาสั่ง!”
“พูดมากว่ะ ไม่ยอมออกไปด้วยกันดีๆ งั้นฉันคงต้องใช้ไม้สุดท้าย” ตะวันไม่สนใจท่าทีของเห็ดหอมที่รังเกียจเขาเมื่อเข้าไปใกล้ มือหนากลับรวบร่างคนตัวเล็กได้ทันก่อนที่เธอจะอาละวาดปาข้าวของใกล้มือใส่เขา เห็ดหอมฤทธิ์เยอะแค่ไหนเขารู้ดี
“ไอ้ตะวัน! อย่ามาจับฉันนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้!”
“อย่าสะดีดสะดิ้งให้มันมาก! ฉันก็ไม่ได้อยากจับเนื้อตัวเธอนักหรอกถ้าไม่ใช่เฮียคิเรย์สั่ง กลัวเนื้อยุ่ยติดมือเหมือนกันแหละวะ!”
“กรี๊ดดดด! ไอ้บ้า!” ตะวันกล้าดียังไงมาด่าผิวเนียนนุ่มของเธอ เธอไม่ได้แก่หนังเหี่ยวสักหน่อย ห่างกันแค่สามปีไม่ใช่สามสิบปีนะไอ้เด็กบ้า!
“กรี๊ดเชี่ยไรนักหนา! หนวกหู”
“แก! ไอ้…!”
พลั่ก!
เขาให้โอกาสเธอทำตัวดีๆ แล้วแต่นอกจากจะไม่ฟังกันก็ยังดื้อฉิบหาย แล้วเขามันก็ไม่ใช่คนอดทนกับอะไรได้นานซะด้วยสิ
ในเมื่อยังแหกปากร้องไม่เลิก ก็คงได้ยืนทะเลาะกันอยู่อย่างนี้และเขาก็รำคาญเสียงแว๊ดๆ แปดหลอดของเธอมาก อยากให้แฟนคลับที่ชื่นชอบยายนี่มาเห็นด้านนางมารร้ายแบบนี้เหลือเกิน ดูซิว่ายังจะชอบอยู่อีกไหม
อย่างที่เห็นเขาเลยต้องจัดการทำให้เธอหุบปากด้วยการตีท้ายทอยไปหนึ่งที ขนาดตีแบบออมแรงแต่ยายคุณหนูนี่คงบอบบางเกิน เธอถึงได้สลบคาอ้อมแขนของเขา
“หมดฤทธิ์สักทีนะ” ไม่ได้อยากขึ้นชื่อว่าทำร้ายผู้หญิง แต่กับเห็ดหอมไม่โดนสักที ไม่มีทางจำ การจะพาตัวเธอออกไปหากไม่ใช้วิธีนี้ก็คงได้ยืนเถียงกันจนถึงเช้า ซึ่งนั่นมันทำให้เขาเสียเวลา
“เมียก็ไม่ใช่ ต้องมาคอยดูแลอีก เวรกรรมอะไรของกูวะ” เสื้อแขนยาวลายสก็อตโดนถอดออกมาจากตัวคลุมหัวยายม้าพยศเอาไว้กันคนอื่นเห็นก่อนจะอุ้มร่างของเธอออกไปรอคิเรย์มารับตัวกลับ
“วุ่นวายจริงๆ เลยยัยภาระ!”
บทล่าสุด
#130 บทที่ 130 ตอนพิเศษ 3/3 กลับบ้านเยี่ยมยาย
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#129 บทที่ 129 ตอนพิเศษ 3/2 กลับบ้านเยี่ยมยาย
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#128 บทที่ 128 ตอนพิเศษ 3/1 กลับบ้านเยี่ยมยาย
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#127 บทที่ 127 ตอนพิเศษ 2/3 เจ้าสาวคนถัดไป
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#126 บทที่ 126 ตอนพิเศษ 2/2 เจ้าสาวคนถัดไป
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#125 บทที่ 125 ตอนพิเศษ 2/1 เจ้าสาวคนถัดไป
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#124 บทที่ 124 ตอนพิเศษ 1/3 บทลงโทษของปะป๊า
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#123 บทที่ 123 ตอนพิเศษ 1/2 บทลงโทษของปะป๊า
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#122 บทที่ 122 ตอนพิเศษ 1/1 บทลงโทษของปะป๊า
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#121 บทที่ 121 ตอนที่ 38/4 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ (จบบริบูรณ์)
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













